เข้าสู่ระบบ..
Username :
Password :
หน้าแรก ลืมรหัสผ่าน วิธีใช้งาน
Untitled Document
ยินดีต้อนรับเข้าสู่บล็อก ต้องเต
คุณกมลณัฎฐ์ แก้วมีแสง
e-mail:kamolnat@ru.ac.th
   
  ร่วมโหวตให้กับบล็อกที่คุณชื่นชอบ
 
1 2 3 4 5
 
Untitled Document
<< April  14 >>
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930      
   
  My Blog
- ใส่ใจ แก้ไขความขัดแย้งในองค์กร
2008-09-23 15:27:18
- การพัฒนาองค์กรกับการจัดการความรู้
2008-09-23 12:02:30
- บริหารงานทั่วไป
2008-09-10 13:08:54
- 1พรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน48
2008-09-08 10:53:32
- คู่มือการปกิบัติงาน"การเขียนหนังสือราชการ" สกท.
2008-09-08 10:35:13
 
ใส่ใจ แก้ไขความขัดแย้งในองค์กร

การอยู่ร่วมกันในองค์กรทั้งเล็กและใหญ่ ก็มักมีปัยหาขัดแย้งกันได้เสมอ  วันนี้เลยอยากเอาเรื่องการบริหารความขัดแย้งมาฝากเป็นเกร็ดเล็กน้อยค่ะ

ใส่ใจ แก้ไขความขัดแย้งในองค์กร

  ที่ใดในโลกก็ตาม เมื่อมีคนอยู่รวมกันมากกว่าหนึ่ง โอกาสความขัดแย้งย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ 

บริษัทขนาดย่อมที่มีพนักงานไม่มาก ปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานอาจมีน้อย เพราะแต่ละคนต้องพึ่งพาซึ่งกันและกันสูง ในขณะที่บริษัทขนาดกลางที่มีพนักงานหลายสิบชีวิตจนเป็นร้อย ถ้าการจัดรูปงานไม่ดี จะมีปัญหาการประสานงาน และตามมาด้วยการ “ประสานงาน” เนื่องจากการโยนความผิดไปมาระหว่างพนักงานหรือฝ่ายประสานงาน

ในองค์กรขนาดใหญ่ ความขัดแย้งในลักษณะนี้ก็จะขยายใหญ่ตามไปด้วย เพราะคนเยอะ พวกเยอะ เรื่องก็เลยเยอะตามกันไป 

บ่อยครั้งที่ปัญหาลุกลามบานปลาย กลายเป็นปัญหาระหว่างหัวหน้ากับลูกน้อง ทั้งๆ ที่ต้นตอดั้งเดิมเป็นปัญหาของลูกน้องแท้ๆ 

ทั้งนี้การลุกลามของปัญหาส่วนใหญ่มักเกิดจากการที่หัวหน้าหรือผู้บริหารของแต่ละฝ่ายพยายามจะปกป้องผู้ใต้บังคับบัญชา และโต้แย้งคำวิจารณ์งานที่ตนเองมีส่วนร่วมรับผิดชอบ  ความขัดแย้งอย่างที่ไม่ควรจะเกิดก็เลยเกิด

แล้วเราจะแก้ไขความขัดแย้งในองค์กรได้อย่างไร?

จัดระบบงานให้เหมาะสมตามภารกิจที่กำหนดไว้

กำหนดขั้นตอนการทำงานให้ชัดเจน อย่าให้เกิดปัญหารอยต่อ โดยเฉพาะงานบางอย่างที่เป็นการทำงานต่อเนื่อง  เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมา ให้ไล่หรือตรวจสอบระบบแทนการไล่เบี้ยหรือตรวจสอบจับผิดจากตัวคน  อย่างนี้ก็ช่วยป้องกันการกระทบกระทั่งหรือความขัดแย้งที่อาจจะมีต่อกันลงได้

จัดให้มีเวทีกลางสำหรับการปรึกษาหารือ

การประชุมระดับหัวหน้าของฝ่ายงานต่างๆ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกๆ องค์กร ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดใดก็ตาม  ทั้งนี้ก็เพื่อจะเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้นำปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในแต่ละรอบเวลา เช่น ทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน มาปรึกษาหารือกัน  การได้ปรึกษาหารือโดยมีผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้าร่วม นับเป็นโอกาสที่แต่ละฝ่ายจะได้ชี้แจงถึงข้อจำกัดหรือเหตุแห่งปัญหา  เมื่อที่ประชุมรับฟังแล้ว ก็มาช่วยกันหาข้อสรุปและวางแนวทางที่จะนำไปสู่การแก้ไขที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ จากนั้นต่างคนต่างก็ลงมือแก้ไขในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตนต่อไป

เข้าคลี่คลายและแก้ไขความขัดแย้ง

หากเป็นความขัดแย้งระหว่างบุคคล ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งระหว่างพนักงานระดับเดียวกันหรือต่างระดับ คือ ผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชาที่ไม่ถูกโฉลก ไม่กินเส้น ความขัดแย้งจากเนื้องานขยายลามไปสู่ความขัดแย้งระหว่างบุคคล จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็ว

โดยเราจำเป็นต้องเรียกทั้ง 2 ฝ่ายมาพูดคุยในห้องที่มีความเป็นส่วนตัว ในฐานะผู้มีหน้าที่แก้ไขความขัดแย้ง เราจะต้องรู้จักบุคลิกลักษณะนิสัยของคนทั้งสอง ทำใจให้เป็นกลาง ให้พูดทีละฝ่าย โดยขณะที่อีกฝ่ายพูด อีกฝ่ายต้องนิ่งฟัง อย่าปล่อยให้แสดงความเห็นโต้แย้งในขณะที่อีกฝ่ายยังพูดไม่จบ

เราต้องฟัง-คิด-วิเคราะห์-หาสาเหตุของความขัดแย้ง เพื่อชี้ให้เห็นถึงสาเหตุที่แท้จริง ซึ่งบ่อยครั้งพบว่า ความขัดแย้งมักจะมาจากความเข้าใจผิดและมาจากอารมณ์ ที่สำคัญ หลายๆ เรื่อง หลายๆ ปัญหามาจากการ ‘ฟังคนอื่นมา’

ดังนั้น ไม่ว่าเราจะอยู่ในฐานะของผู้อยู่ในวงแห่งความขัดแย้ง หรือในฐานะผู้แก้ไขปัญหา กุญแจที่จะแก้ไขปัญหาทั้งหลายล้วนอยู่ที่ “ใจ”

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : first Magzine http://women.kapook.com/

วันที่เขียน : 2008-09-23 15:27:18


ร่วมแสดงความคิดเห็น..คลิก
 
Copyright © 2006 Ramkhamhaeng University
สถาบันคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง